คำนวณพื้นที่ 3 ขั้นตอน ก่อนปูกระเบื้องยาง

คำนวณพื้นที่ 3 ขั้นตอน ก่อนปูกระเบื้องยาง

            หากกำลังตัดสินใจซื้อกระเบื้องยางมาปูให้กับพื้นที่ต่าง ๆ แต่ไม่รู้ว่าควรซื้อทั้งหมดกี่แผ่นดี ซึ่งการซื้อไปแล้วเหลือใช้มันจะกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ดังนั้น ขั้นตอนแลกก็คือ ต้องคำนวณพื้นที่ที่ต้องการปูกระเบื้องให้กระจ่างเสียก่อน

1.เลือกขนาดกระเบื้องยางให้มีความเหมาะสมกับ

กระเบื้องยางในท้องตลาดมีให้เลือกสรรมาใช้งานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากมีรูปทรงเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัสแล้ว ก็ยังมีรูปทรงอื่น ๆ ให้เลือกใช้งานหลายชนิดเช่นกัน เช่น รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 8 X10 นิ้ว, 10X16 นิ้ว ฯลฯ สำหรับจุดเด่นของกระเบื้องแบบนี้ก็คือ เหมาะกับนำมาใช้ปูในพื้นที่กว้าง

เพียงแค่เลือกขนาดของกระเบื้องให้มีความสมกับพื้นที่นั้น ๆ ก็เป็นอันเรียบร้อย เช่น พื้นที่ในห้องนั่งเล่นมีขนาดใหญ่ ก็สามารถเลือกใช้ขนาดใหญ่ได้ อาทิ 12 X 24 นิ้ว, 24X24 นิ้ว แต่หากเป็นห้องที่ไม่กว้างขวาง หรือเล็กนั้น ก็ต้องเลือกขนาดให้เล็กลงตามไปด้วย เพราะถ้าฝืนใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ต่อไป ห้องก็จะดูไม่สวยงาม

2.กระเบื้องยางที่เลือกซื้อมาใช้ ต้องอยู่กระบวนการผลิตเดียวกัน

สิ่งสำคัญลำดับต่อมาของการเลือกซื้อกระเบื้องคือ ควรเลือกซื้อกระเบื้องที่อยู่ในกระบวนการผลิตแบบเดียวและที่เดียวกัน สำหรับนำมาปูพื้น หรือกรุผนัง โดยตัวเลข (Lot) ของการผลิตนั้น ก็จะมีเขียนหรือพิมพ์ติดเอาไว้ที่กล่อง ซึ่งสังเกตเห็นได้ไม่ยาก

ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ ก็เป็นเพราะแผ่นกระเบื้องจะมีความต่างกันตามกระบวนการผลิต จนสามารถสังเกตุเห็นความแตกต่างได้เลย ดังนั้น ถ้าอยากให้พื้นและผนังออกมาดูสวยงาม เรียบเนียนเป็นพื้นเดียวกัน ก็ต้องเลือกซื้อของที่ผลิตเหมือนกัน ชุดเดียวกัน จะเป็นการดีที่สุด

3.หลักการคำนวณกระเบื้องยางให้เหมาะกับขนาดพื้นที่

ขั้นตอนนี้ จะต้องอาศัยตัวเลขมาช่วย เช่น ต้องการปูพื้นกระเบื้องยางในพื้นห้องขนาดความกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร เมื่อนำสูตรการคำนวณพื้นที่มาใช้ก็จะเท่ากับ 50 ตารางเมตร (5X10 = 50) และโดยส่วนมากแล้วกระเบื้อง 1 กล่อง จะสามารถนำมาปูพื้นได้ 1 ตารางเมตร

ดังนั้นก็เท่ากับว่า ต้องใช้แผ่นกระเบื้องตามพื้นที่จริงจำนวน 50 ตารางเมตร หรือจำนวน 50 กล่องด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดีและเพื่อไว้ในกรณีที่เกิดปัญหา ก็ควรซื้อกระเบื่องมาเพื่ออีกประมาณ 3-5% ของจำนวนที่นำมาใช้งานจริง เมื่อปูพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เก็บเศษกระเบื้องส่วนที่เหลือไว้ใช้ต่อ

ทั้งนี้ ควรจดชื่อรุ่นของกระเบื้อง รวมถึงวันเดือนปีที่ผลิต และต้องเก็บรหัสข้างกล่องไว้ด้วย เผื่อนกรณีที่ซื้อไปแล้วเกิดความเสียหาย  หรือไม่พอใช้ ก็จะช่วยให้หาซื้อใหม่ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาเทียบเฉดสีและล็อตในการผลิต เพื่อให้ได้กระเบื้องที่เหมือนกันอีกด้วย.