ผลวิจัยเผย ภาวะขาดแคลนน้ำในหลายประเทศ ส่งผลต่อประชากร 2.6 พันล้านคน

ผลวิจัยเผย ภาวะขาดแคลนน้ำในหลายประเทศ ส่งผลต่อประชากร 2.6 พันล้านคน

            สถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute) ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เผยข้อมูลว่า ผู้คนที่อยู่อาศัยในเกือบ 400 ภูมิภาคทั่วโลก มีทรัพยากรน้ำให้ใช้ในปริมาณที่จำกัดมาก ๆ จึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่าภาวะขาดแคลนน้ำ จะส่งผลกระทบต่อประชากรโลกหลายล้านคนให้ต้องเร่งอพยพย้ายถิ่นฐาน ทั้งยังจัดเป็นปัจจัยสำคัญของความขัดแย้งและการเมืองที่ขาดเสถียรภาพ

โดยเฉพาะเม็กซิโก ชีลิ พื้นที่ต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทางตอนใต้ของยุโรป และพื้นที่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ต่างก็เผชิญกับ “ภาวะขาดแคลนน้ำขั้นรุนแรง” ซึ่งสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงจนถึงจุดที่สร้างความกังวล

ภาวะขาดแคลนทรัพยากรน้ำ คือปัญหาใหญ่ระดับโลก

ประชากรทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 หรือจำนวนกว่า 2.6 พันล้านคน ต่างก็อาศัยในประเทศที่มีทีพยากรน้ำอยู่อย่างจำกัดมาก ๆ และในจำนวนนี้ ก็มีประชากรราว 1.7 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่ถูกจัดว่ากำลังเผชิญกับขาดแคลนทรัพยากรน้ำ “ขั้นรุนแรง”

ณ ขณะนี้ มี 12 ประเทศในตะวันออกกลาง ที่กำลังเผชิญกับภาวะขาดแขลนทรัพยากรน้ำขั้นรุนแรงที่สุดในโลก โดยเฉพาะอินเดีย ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างสูงในเรื่อง “การใช้และบริหารจัดการน้ำ” ที่สามารถสร้างผลกระทบให้เกือบทุก ๆ เรื่องได้ ทั้งในด้านสุขภาพ ไปจนถึงเรื่องการพัฒนาทางเศรฐกิจ นอกจากนี้ ปากีสถาน เอริเทรีย เติร์กเมนิสถาน และบอตสวานา ก็เป็นประเทศที่ถูกจัดว่ามีทรัพยากรน้ำจำกัด “ขึ้นรุนแรง” เช่นกัน

ข้อมูลที่แสดงให้เห็นนี้ ถูกจัดทำขึ้นจากฐานข้อมูล Aqueduct 3.0 ของสถาบันทรัพยากรโลก ที่ผ่านการวิเคราะห์แบบจำลองทางอุทกวิทยาหลายประเภท ควบคู่กับการดูสัดส่วนปริมาณน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาและน้ำจากผิวกิน ก่อนนำมาเปรียบเทียบกับน้ำที่มีอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด หากพบว่าสัดส่วนปริมาณน้ำ 80% มาจากน้ำบาดาลที่ได้สูบขึ้นมาและน้ำจากผิวดิน ถือว่าบริเวณนั้นกำลังเผชิญกับทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดในขั้น “รุนแรง”

ภาวะขาดแคลนทรัพยากรน้ำในบางพื้นที่ หากมีระบบการจัดการที่ดีก็ช่วยได้

อย่างไรก็ตาม จากฐานข้อมูล Aqueduct 3.0 ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ในบริเวณที่ภาวะขาดแคลนทรัพยากรน้ำมีปัจจัยเกิดจากทางสังคมและเศรษฐกิจหากมีการบริหารจัดการน้ำที่ดี ก็สามารถช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างสิงคโปร์ ที่นำเอามาตรการ Four Taps หรือเอาน้ำจาก 4 แหล่งมาใช้ คือ การกักเก็บน้ำจากในตัวเกาะ การนำเข้า จากระบบน้ำหมุนเวียนคุณภาพสูง และจากการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืด

นักวิจัยได้ระบุว่า ระดับความขาดแคลนน้ำเป็นเพียงแค่ตัวชี้วัด แต่ไม่ใช่เป็นตัวกำหนด “ชะตากรรม” ของแต่ละประเทศว่าต้องเป็นอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่ได้เผชิญกับภาวะขาดแคลนทรัพยากรน้ำมากกว่า ว่ามีวิธีการรับมืออย่างไร เนื่องจากมีหลายประเทศสามารถจัดการกับปัญหา จนประสบความสำเร็จมาแล้ว.